อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นแหล่งธรรมชาติที่คงสภาพป่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปาง 38 กม.ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงินถนนลำปาง-เดินชัย เลี้ยวขวาเข้าไป 500 เมตร เป็นหมู่บ้านท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงและเป็นแหล่งที่ดำเนินงาน ตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำ ธรรมชาติมาประยุกต์ การดำเนินงานอย่างสอดคล้องเป็นประโยชน์และ เพื่อเป็นการ ส่งเสริมการอนุรักษ์และการรักษาสภาพแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน บริเวณ อุทยานฯมีธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินธรรมชาติที่สวยงามบริเวณโขดหินที่แซกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน น้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสูง ถึง 70 – 80 องศาเซลเซียส สามารถแช่ไข่ให้สุกได้ภายใน 15 นาที ไข่จะมีลักษณะไข่แดงสุกไข่ขาวสุกไม่แข็งจะ เหมือนมะพร้าวอ่อน เมื่อนำมาปรุงเป็น “ ยำไข่แช่น้ำแร่ ” ร่อยยิ่งนัก บริเวณน้ำตกแจ้ซ้อนและ อุทยานแห่ง ชาติแจ้ซ้อนห่างกันประมาณ1กิโลเมตร ธารน้ำ จากน้ำตกแจ้ซ้อนไหลมาบรรจบกับธารน้ำร้อนจากน้ำแร่ กลายเป็น ธารน้ำอุ่น ทางอุทยานฯจึงสร้างที่อาบน้ำแร่ขึ้นอย่างมาตรฐานเพื่อ บริการแก่นักท่องเที่ยวเพื่อจะได้มาแช่น้ำแร่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้รับรางวัล “อุทยานแห่งชาติดีเด่นประจำปี 2543 ” ตามที่ กรมป่าไม้ได้จัดงานวัน สถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 104 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2543 โดยได้จัดประกวดอุทยานแห่งชาติ ดีเด่นด้านการ ท่องเที่ยวประจำปี 2543 นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนอกจากจะได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) ปี 2543 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดเยี่ยมในด้านการออกแบบ สิ่งอำนวยความ สะดวกใน อุทยานฯ ได้อย่าง กลมกลืนกับธรรมชาติแล้ว สภาพแวดล้อมภายในอุทยานฯ ยังตกแต่งได้อย่าง สวยงามไม่แพ้รีสอร์ท เอกชน เหมาะสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยว แบบครอบครัว สามารถเที่ยวได้ตลอดปี
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
1.บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน
เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ จำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณ พื้นที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำลอย กรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และ ไข่นกกระทามา แช่สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมี รสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลว คล้ายไข่เต่า
บรรยากาศในยามเช้า
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
ต้มไข่ในน้ำแร่
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
2.น้ำตกแจ้ซ้อน
เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสาย ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ มี 6 ชั้นอยู่ห่างจากที่ทำ การอุทยานฯ 1 กิโลเมตร มีทางเดินไปสะดวกและมามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตก
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
3.น้ำตกแม่มอญ
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำจะตกลมาเป็นช้น ๆ สวยงาม ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำอยู่ห่างจากที่ทำการ อุทยานฯ 5 กิโลเมตร
4.น้ำตกแม่ขุน
อยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอญ มีลักษณะเป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอญ ต้องเดินเท้าจากที่ทำ การอุทยานฯ 5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทาง
5.ถ้ำผางาม
ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ 8 กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ แจ้ซ้อน 3 (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ ทำี่การอุทยานฯ 60 กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟางาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น
6.ชมดอกกระเสี้ยวบาน
ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์ของทุกปี ดอกเสี้ยวจะบานเต็มผืนป่า นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมดอกเสี้ยวบานได้ตามเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่าเหมี่ยง เป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร
7.แอ่งน้ำอุ่น
ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อนและน้ำเย็นที่มาจากน้ำตก แจ้ซ้อนทำให้้เกิดเป็นน้ำอุ่น ที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ
8.ห้องอาบน้ำแร่
มีทั้งห้องอาบแช่ สำหรับ 3-4 คน ห้องรวมแบบตักอาบและบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้ง น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงมา จากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิน้ำแร่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถใช้แช่อาบได้ ประโยชน์ของ การอาบน้ำแร่คือ ช่วยบำบัดความเมื่อยล้า ของร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนัง บางชนิดได้ เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูก แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่ สามารถใช้ดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
9.เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน
ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลายชนิด รวมถึงอาจพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง และ ปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับเยาวชนผู้สนใจศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ หรือ ยางปาย ศึกษาระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวิตหนอนรถด่วน และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน เช่น อะไรทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุกแต่ไข่ขาวเหลว หรือจั๊กจั่นน้ำแร่ เป็นอย่างไร (จั๊กจั่นน้ำแร่จะมีชุกในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) แอ่งอาบน้ำอุ่นนี้เกิดจากน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนมาบรรจบ กับน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน สำหรับอุทยานฯ ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะอยู่ในเส้นทางนี้ ด้วย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 60 กิโลวัตต์ ผู้สนใจสามารถขับรถขึ้นไปดูได้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะสภาพทางค่อนข้างเละและชัน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีจุดบริการต่างๆ ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนัก ท่องเที่ยว ดังนี้
1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
สำหรับให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอุทยานฯ ตลอดจน ให้คำแนะนำต่างๆแก่นักท่องเที่ยว
2. ห้องอาบน้ำแร่
จัดไว้บริการ 3 รูปแบบ คือ ห้องแช่ส่วนตัวจำนวน 41 ห้อง ห้องแช่รวม 1 ห้อง และยังได้จัดสระน้ำแร่ กลางแจ้ง ทั้ง 3 รูปแบบจัดไว้บริการ นักท่องเที่ยวทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. และในวันหยุดเปิดบริการ ตั้งแต่ 06.00 – 19.00 น. นอกจากนี้ยังมีนวดแผนโบราณ ไว้บริการสำหรับนักท่อง เที่ยวที่สนใจอีกด้วย
อัตราค่าบริการ
1. ห้องอาบน้ำแร่แบบแช่ส่วนตัว ผู้ใหญ่ 50 บาท/คน เด็ก 20 บาท/คน
2. ห้องอาบน้ำแร่แบบแช่รวม ผู้ใหญ่ 20 บาท/คน เด็ก 10 บาท/คน
3. ห้องอาบน้ำแร่แบบสระกลางแจ้ง คนละ 10 บาท
3. บ้านพักนักท่องเที่ยว ที่จัดสร้างอยู่บนเนินเขา สามารถนำรถยนต์เข้าถึงได้ มีทั้งสิ้นจำนวน 13 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งสิ้น 70 คน (ราคาห้องละ 1,200-3,600 บาท)
4. ค่ายพักแรมและแค้มป์ไฟ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคณะใหญ่ๆ โดยมีค่ายพักแรม จำนวน 2 หลัง สามารถ
รองรับนักท่องเที่ยว ได้จำนวน 80 คน (ราคาห้องละ 2,000 บาท)
5. สถานที่กางเต็นท์ มีเต็นท์และเครื่องนอนไว้คอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
อุทยานฯแจ้ซ้อนได้จัดสร้างฐานสำหรับกาง เต็นท์ไว้เป็นจุดๆ มีทางเดินเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละฐาน มีปลั๊กไฟ เตาปิกนิก
ถัง ขยะ ที่ล้างจาน และห้องน้ำ ที่จัดสร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อัตราค่าบริการที่ กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน
สำหรับ อัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 250-800 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น
รายการที่ 1
- เต็นท์ ขนาด 3 คน ราคา 250 บาท/คืน
- เต็นท์โดม ขนาด 5 คน ราคา 400 บาท/คืน
- เต็นท์เคบิน ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน
- เต็นท์ค่าย ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ที่รองนอน ถุงนอน และชุดสนาม
รายการที่ 2
- เต็นท์ ขนาด 2 คน ราคา 400 บาท/คืน
- เต็นท์โดม ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน
- เต็นท์เคบิน ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน
- เต็นท์ค่าย ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน

แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนามกรณีที่นำเต็นท์ไปกาง เอง ต้องเสียค่าบริการสถานที่ 30 บาท/คน/คืน หากไม่มีเครื่องนอนก็ใช้บริการเครื่องนอนและ

อุปกรณ์สนามของอุทยานฯ มีอัตราค่าบริการเครื่องนอนกรณีนำเต็นท์ไปเอง มีดังนี้
1) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอน และชุดสนาม ราคา 150 บาท/ชุด/คืน
2) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม ราคา 200 บาท/ชุด/คืน
6. ร้านค้าสวัสดิการ ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่มีอาหารและเครื่องดื่มไว้คอย บริการ โดยจะต้องสั่งจองล่วงหน้ากับทางอุทยานฯ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าเล็กๆ อีก ประมาณ 30 ร้าน ที่ให้บริการด้านอาหาร
ซึ่งทาง อุทยานฯได้ควบคุมดูแลความสะอาดให้ ถูกหลักอนามัย
7. สโมสร ไว้สำหรับประชุมสัมมนา หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ โดยสโมสรนี้สามารถ จุคนได้ประมาณ 100 คน 3 ห้อง (1600/วัน)

1. รถยนตส่วนตัว
- จากสนามกีฬาประจำจังหวัดไปตามถนนสายลำปาง-ห้างฉัตร (สายเก่า) เลี้ยวขวาที่สามแยกบ้านน้ำโท้งไป ตามถนนสาย1157 เส้นลำปาง-ห้วยเป้ง-เมืองปาน ไปประมาณ 55 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนสาย 1287 เมืองปาน-แจ้ห่ม ไปประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 1252 เส้นข่วงกอม-ปางแฟง อีก 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า อุทยานฯไปตามถนน รพช. อีก 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
- จากตัวเมืองลำปางไปตามทางหลวงหมายเลข 1035 เส้นลำปาง-แจ้ห่ม ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 58 เลี้ยว ซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1287 ซึ่งเป็นทางเข้าไปอำเภอเมืองปาน แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยก ใช้ทางหลวง หมายเลข1252 เส้น ข่วงกอม-ปางแฟน ป่ระมาณ 11กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ ตามถนน รพช. อีก 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
- เส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1006 ผ่านอำเภอสันกำแพง แล้วเข้าสู่ถนนสาน ถ้วยแก้วบ้านแม่กำปอง ผ่านบ้านป่าเหมี้ยง ถึงที่ทำการอุทยานฯ
2.รถโดยสารประจำทาง
มีคิวรถโดยสารประจำทางสายลำปาง-แจ้ซ้อนถึงที่ทำการอุทยานฯ อยู่บริเวณถนนตลาดเก่า ราคา 50 บาท ออกจากลำปางเวลา 08.00-18.00 น. หรือเหมารถประมาณ 350 บาท