สนามไอ-โมบาย(i-Mobile Stadium) หรือชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ธันเดอร์คาสเซิลสเตเดียม Thunder Castle Stadium) ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ทีมฟุตบอล ที่กำลังฮอตสุดๆในขณะนี้ สนามแห่งมีความจุ 32,600 ที่นั่ง สนามไอ-โมบาย ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดผู้คนทั้งใน และจังหวัด ใกล้เคียงรวมถึงแฟนบอลทุกเพศทุกวัยให้มาที่นี่ เพื่อชมสนามฟุตบอลที่สวยงามและได้มาตราฐานระดับโลก โดยเปิดให้กับบุคคลที่ สนใจเข้าชมฟรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์  โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันยกเว้นวันที่ทีมมีแข่งขันเปิดให้ชมเป็นรอบๆ รอบละ 30 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา  9.30 – 16.00  น. ปิดพักเที่ยงตั้งแต่เวลา 12.00 – 13 .00 น.  เมื่อเดินขึ้นบันไดเข้ามาก็จะเข้าสู่สนามจะ ต้องร้องว้าวเพราะสนามสวยงาม ทันสมัย ยิ่งใหญ่ เหมือนเรากำลังเดินชมสนามฟุตบอลในต่างประเทศ สิ่งแรกที่สะกดสายตา คือ ตัวสนามหญ้าพร้อมสแตนด์ฝั่งตะวันตกที่มีตัวอักษร Thunder Castle เด่นเป็นสง่าตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ตัวสนามเน้นใช้สีน้ำเงิน ทำให้ดูเรียบโก้และหนักแน่น โดยสามารถเดินชมและถ่ายภาพได้ทั้งหมดยกเว้นห้ามเดินลงไปเหยียบหญ้า เพราะหญ้าคือหัวใจสำคัญ ของสนามฟุตบอลต้องดูแลรักษากันเป็นอย่างดี  
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนของไอ-โมบายและบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบประธานสโมสาร และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามเพื่อให้ได้บรรยากาศใกล้ชิดระหว่างกองเชียร์กับพื้นสนาม เป็นสนามที่ผ่านมาตรฐานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่าง ประเทศ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนผ่านมาตรฐานสนามกีฬาระดับเอจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและยังผ่าน มาตรฐานระดับโลกจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ และยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลก ที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน โดยเคย ใช้เป็น สนามแข่งขันฟุตอลโลก 2014 รอบคัดเลือกระหว่างทีมชาติไทยกับ ทีมชาติปาเลสไตน์ สนามฟุตบอลใช้หญ้าแพตพารัมย์ อิมพอร์ตจากออสเตรเลียซึ่งมีความนุ่มเป็นพิเศษช่วยเซฟนักกีฬาเมื่อล้มลงไป นอกจากนี้ใต้ผืนหญ้ายังฝังลักกี้ไฟเบอร์แซนซึ่งเป็นวัสดุใยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติในการช่วยระบายน้ำไม่ให้เกิดน้ำขังบนสนาม สามารถระบายน้ำอย่างรวดเร็วภายใน 15 นาที ไม่ว่าฝนจะตกหนักขนาดไหนและยังทนทานต่อการใช้งาน  สนามนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็นสำนักงานห้องแถลงข่าว ห้องสื่อมวลชน ร้ายขายสินค้าที่ระลึก ห้องนักกีฬา ทีมเหย้า-เยือน ห้องพัก ผู้ตัดสิน ห้องปฐมพยาบาล และห้องประชุม ชั้นที่ 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยงใหญ่จำนวน 400 ที่ นั่ง ชั้นที่ 3 เป็น ห้องวีไอพี 6 ห้อง และห้อง จัดเลี้ยง 1 ห้อง และชั้นที่ 4 มี ห้องวีไอพีจำนวน 15 ห้อง สนามแห่งนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างของฟิลิปส์อย่าง มาตรฐานจะมีความสว่าง ของไฟอยู่ที่ 1,500 ลักซ์ โดยในส่วนอัฒจันทร์ฝั่งกองเชียร์นั้นมีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงินเกือบหมด แต่จะใช้เก้าอี้สีขาวตรงที่มี คำว่า ธันเดอร์คาสเซิล เป็นเก้าอี้สำหรับผู้นำเขียร์ทีมบุรีรัมย์
นอกจากภายในสนามแล้วส่วนประกอบบริเวณนอกสนามก็มีมีพื้นที่มากมายให้เดินเก็บบรรยากาศรวมทั้งมีร้านขายของที่ระลึกของสโมสร หรือ Buriram United Mega Store  ตั้งอยู่ด้านหน้าสนามตรงจุดที่จอดรถ ขายของที่ระลึกต่างๆ เช่น  เสื้อ พวงกุญแจ หมวก เป็นต้น ซึ่งตอนนี้เสื้อและของที่ระลึกประจำสโมสรเลยกลายเป็นของฝากประจำจังหวัดบุรีรัมย์ไปเรียบร้อยแล้ว
บริเวณภายนอกสนามฟุตบอล
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
ภายในสนามฟุตบอล
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
ที่นั่งของนักฟุตบอล ทีมเหย้าและทีมเยือน
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
Buriram United Mega Store  
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
สนามไอ-โมบาย บุรีรัมย์
จากตัวเมืองบุรีรัมย์ผ่านวงเวียนพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 แล้ววิ่งตามถนน 219 มาเรื่อยๆ ผ่านวิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยีบุรีรัมย์ มาสักพัก จะเห็นสนาม นิวไอโมบายล์สเตเดี้ยม ตั้งเด่นอยู่ริมถนนฝั่งด้านขวามือ
 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook