วัดมหาธาตุ ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้างเมือง ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมือง โบราณสถานที่สำคัญในวัด คือ พระพุทธบุษยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยเชียงแสน เป็นพระบูชาคู่บ้านคู่เมืองของยโสธร ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้พระสุนทรราชวงศาเจ้าเมืองยโสธรคนแรก  

วัดมหาธาตุ  ยโสธร
พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์  หรือ  พระแก้วหยดน้ำค้าง หรือ พระแก้วขาว
 เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากเนื้อแก้วใสสะอาดบริสุทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว ศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ยโสธร ในจารึกประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 80 เมื่อ พ.ศ.2440 (ร.ศ.115) กล่าวว่า ท้าวพญาเมืองจำปาศักดิ์ได้ถวายพระแก้วขาว แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย จึงโปรดให้อัญเชิญลง มากรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2355 ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานให้ ชาวเมืองยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
พระธาตุอานนท์
พระธาตุเก่าแก่ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน การก่อสร้างได้รับอิทธิพลศิลปะลาวที่นิยมสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุง ศรีอยุธยาถึง ต้นรัตนโกสินทร์  เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ภายในบรรจุอัฐิของพระอานนท์ ส่วนยอดคล้ายพระธาตุพนม ฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 8 เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูน มีความสูง 25 เมตร 30 เซนติเมตร เบื้องบนสุดเป็นยอดฉัตร และมีธาตุเล็ก อีกองค์อยู่ด้านข้าง ซึ่งเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศา (อดีตเจ้าเมืองสิงห์ท่า)
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
หอไตร
อยู่ในบริเวณวัดมหาธาตุ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2373 โดยพระครูหลักคำ (กุคำ)เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุรูปที่ 3 ตัวอาคารหอไตร สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน พร้อมพระไตรปิฏก และตำราต่างๆซึ่งพระครูหลักคำเป็นผู้นำ มาจากเมือง เวียงจันทน์ซุ้มประตูและบานประตูไม้สลักลวดลายเครือเถาลงรักปิดทองอย่างสวยงาม การตกแต่งฝาผนังมีลวดลาย ซึ่งเป็นลักษณะ ผสมแบบภาคกลางสันนิษฐานว่า หอไตรน่าจะสร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ 4-5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร
วัดมหาธาตุ  ยโสธร