ลพบุรี คือเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ผ่านความรุ่งเรืองมาแล้วหลายครั้ง เคยเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ครั้งสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พรั่งพร้อมด้วยวิทยาการทันสมัย ถ้าจะบอกว่าลพบุรีรุ่งเรืองที่สุดในยุคนั้นก็ไม่ผิดนัก ปัจจุบันลพบุรียังคงมีเสน่ห์เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก จังหวัดนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ โบราณสถานอันงดงาม ทรงคุณค่า เรื่องราวที่น่าสนใจ ธรรมชาติสวยงามแปลกตา ทุ่งทานตะวัน อันยิ่งใหญ่ไม่มีใครเหมือน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ช่วยบอกเรื่องราวของความมีเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ อยากไปเยือนลพบุรี จังหวัดลพบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 3,874,846 ล้านไร่ หรือ 6,641.859 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำลพบุรีโดยสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับเนินเขาประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และพื้นที่ ราบลุ่มประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์
ลพบุรีเป็นเมืองสำคัญเก่าแก่เมืองหนึ่งตั้งแต่สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) เคยอยู่ใต้อำนาจมอญและขอม จนกระทั่งในตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 19คนไทยจึงเริ่มมีอำนาจขึ้นในดินแดนแถบนี้ ในรัชสมัยของ พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ลพบุรีมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง กล่าวคือ พระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้ พระราเมศวร ราชโอรสองค์ใหญ่เสด็จมาครองเมืองลพบุรีเมื่อ พ.ศ. 1893 พระราเมศวรโปรดให้สร้างป้อม ขุดคู และสร้างกำแพงเมืองอย่างมั่นคง เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคตใน พ.ศ. 1912 พระราเมศวรต้องถวาย ราชบัลลังก์ ให้แก่พระปิตุลาของพระองค์ ซึ่งได้ขึ้นครองราชย์ พระนามว่าพระบรมราชาธิราชที่ 1 ส่วนพระราเมศวรยังคงครอง เมืองลพบุรีสืบต่อไปจนถึง พ.ศ. 1931 เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 สวรรคต พระราเมศวรจึงเสด็จขึ้นครอง ราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง หลังจากนั้นมาเมืองลพบุรีได้ลดความสำคัญลงไป จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงครั้งใหญ่ สืบเนื่องมาจากการคุกคามของ ชนชาติฮอลันดาที่ติดต่อค้าขายกับไทยทำให้สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็น ว่ากรุงศรีอยุธยานั้นไม่สู้ปลอดภัยจาก การปิดล้อมระดมยิงของข้าศึกหากเกิดสงคราม จึงได้ทรงสร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีที่สองขึ้น เพราะลพบุรีมี ลักษณะทางยุทธศาสตร์เหมาะสม ในการสร้างเมืองลพบุรีขึ้นใหม่นั้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงได้รับความ ช่วยเหลือจากช่างชาวฝรั่งเศสและอิตาเลียน และได้สร้างพระราชวังและป้อมปราการเป็นแนวป้องกันอย่างแข็งแรง หลังจากนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ได้ประทับอยู่ที่ลพบุรีเป็นส่วนใหญ่ สิ้นรัชกาลสมเด็จ พระนารายณ์ มหาราชแล้ว ลพบุรีก็หมดความสำคัญลง สมเด็จพระเพทราชาได้ทรงย้ายหน่วยราชการทั้งหมดกลับกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลต่อๆ มาก็ไม่ได้เสด็จมาประทับที่เมืองนี้อีกจนกระทั่งถึงสมัยของ รัชกาลที่ 4 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2406 โปรดให้บูรณะเมืองลพบุรีทั้งหมดซ่อม กำแพง ป้อม และประตูพระราชวังที่ชำรุดทรุดโทรม และสร้าง พระที่นั่งพิมานมงกุฎขึ้นในพระราชวังเป็นที่ประทับ และพระราชทานนามว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์" ลพบุรีจึง แปรสภาพเป็นเมืองสำคัญอีกวาระหนึ่ง ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงอีกครั้ง หนึ่ง ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งได้สร้างเมืองลพบุรีใหม่ให้เป็นเมืองทหารอยู่ทางด้าน ทิศตะวันออก ของทางรถไฟ แยกจากตัวเมืองเดิม มีอาณาเขตกว้างขวาง ส่วนเมืองเก่านั้นอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ของทางรถไฟ เมืองลพบุรีจึงเป็นศูนย์กลางสำคัญทางยุทธศาสตร์เมืองหนึ่ง
จังหวัดลพบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอโคกสำโรง อำเภอบ้านหมี่ อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าวุ้ง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอท่าหลวง อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ กิ่งอำเภอลำสนธิ และกิ่งอำเภอหนองม่วง ลพบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 153 กม. มีเนื้อที่ทั้งหมด 6,199.753 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดต่างๆ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดเพชรบูรณ์ และนครสวรรค์
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสระบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา และชัยภูมิ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรีอ่างทอง และนครสวรรค์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี โทร. 0 3642 0333, 0 3642 5222
โรงพยาบาลลพบุรี โทร. 0 3662 1537
โรงพยาบาลเบญจรมย์ โทร. 0 3641 3622, 0 3641 2160 โทร. 0 3641 3933
สถานีตำรวจอำเภอเมืองลพบุรี โทร. 0 3641 1013, 0 3642 1189
สถานีตำรวจอำเภอเมืองลพบุรี โทร. 0 3641 1013, 0 3642 1189
ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข โทร. 0 3641 1006
สถานีตรวจอากาศวิทยาลพบุรี โทร. 0 3641 1098
ตำรวจทางหลวง โทร. 0 3641 1622, 0 3673 1222, 1193
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 0 3642 4515, 1155
สำนักงานจังหวัดลพบุรี www.lopburi.go.th
 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook