พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง สร้างขึ้นในสมัย รัชกาล ที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2465 และได้รับการบูรณะเพื่อจัดตั้ง เป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2431 ลักษณะของอาคารศาลากลางจังหวัดราชบุรีหลังเดิมที่ใช้เป็นอาคารจัดแสดง นิทรรศการถาวร เป็นอาคารที่ได้รับอิทธิพลด้านรูปแบบการสร้างมาจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ที่ได้รับความนิยมนำมาสร้างกัน อย่างแพร่หลายในช่วงรัชกาลที่ 5 - 6 โดยมีลักษณะแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 30.00 เมตร ยาว 57.00 เมตร มีพื้นที่ ใช้สอยรวม 1,710 ตารางเมตร ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว ยกพื้นสูง หลังคามุงกระเบื้องว่าว และมีพื้นที่ว่างสำหรับตกแต่งเป็น สวนไม้ดอกไม้ประดับอยู่บริเวณด้านในอาคาร  เป็นสถานที่จัดแสดงแหล่งประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของชาวราชบุรี ตั้งแต่ยุคหินถึง ยุคปัจจุบัน ความเป็นมาของการสร้างบ้านแปลงเมืองในแต่ละยุคสมัย รวมถึงการจัดแสดงโบราณวัตถุร่องรอยของอารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองหลากหลายชาติพันธุ์ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับราชบุรี ในทุกด้าน อาทิ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา ธรณีวิทยา ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชนต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี เช่น ลาวโซ่ง กระเหรี่ยงและไทย-ยวน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด โบราณคดีวัตถุที่โดดเด่น นอกจากพระแสงดาบราชศัสตราประจำมณฑลราชบุรีแล้ว ยังมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีศิลปะขอมแบบบายน เป็น 1 ใน 5 องค์ที่ขุดพบในประเทศไทย ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์งดงามที่สุด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี

มีห้องจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 10 ห้องจัดแสดง ดังนี้

ห้องจัดแสดงที่ 1 (ธรณีวิทยา) จัดแสดงแหล่งกำเนิดทรัพยากรธรรมชาติประเภทดิน หิน แร่ และรูปจำลองด้าน ภูมิประเทศของ จังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง (กาญจนบุรีและเพชรบุรี) โดยมีตัวอย่างของซากดึกดำบรรพ์ หิน แร่ อัญมณี และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีกำเนิดในจังหวัดราชบุรีจัดแสดง ประกอบ

ห้องจัดแสดงที่ 2 (ก่อนประวัติศาสตร์) จัดแสดงร่องรอยหลักฐานของมนุษย์ในยุคแรกๆ ที่มีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยในบริเวณ จังหวัดราชบุรี โดยใช้โบราณวัตถุที่พบในจังหวัด เป็นต้นว่า เครื่องมือหิน และโลหะ ภาชนะดินเผา กลองมโหระทึก เครื่องประดับ จากหินสีและโลหะ และโครงกระดูกมนุษย์ ประกอบคำบรรยาย สะท้อนให้เห็นถึงการดำรงชีพและการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชน ภายนอก ทั้งดินแดนใกล้เคียงและดินแดนที่อยู่ไกลออกไป (เช่น จีน อินเดีย ฯลฯ)
 
ห้องจัดแสดงที่ 3 (ทวารวดี) จัดแสดงร่องรอยของวัฒนธรรมทวารวดีที่พบในจังหวัดราชบุรี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 - 15 โดยเฉพาะ เรื่องราวของเมืองโบราณคูบัวและเทือกเขางูที่เป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งการจัดแสดงมีทั้งการใช้โบราณวัตถุ คำบรรยาย และรูปจำลองฐาน โบราณสถานสำคัญของเมืองโบราณคูบัว เป็นสื่อสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้าชม
 
ห้องจัดแสดงที่ 4 (ลพบุรี) จัดแสดงร่อยรอยหลักฐานของวัฒนธรรมเขมร หรือที่นักวิชาการชาวไทยนิยมเรียกกันว่า "ลพบุรี" ที่ปรากฏ ในจังหวัดราชบุรี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 โดยมีทั้งหลักฐานทางด้านโบราณคดีที่พบจากเมืองโบราณราชบุรี ที่มีพระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นศูนย์กลางเมือง และพบจากเมืองโบราณโกสินารายณ์ ในท้องที่อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ ที่มีการพบร่อยรอยหลักฐานของวัฒนธรรมเขมร และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เปล่งรัศมี พบที่บริเวณจอมปราสาท เมืองโบราณ โกสินารายณ์ อันเป็นจำนวน 1 ใน 5 องค์ มีการพบในดินแดนประเทศไทย ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายใน

ห้องจัดแสดงที่ 5 (อยุธยา) จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดราชบุรีในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา (ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 - 24) ซึ่งชื่อของเมืองราชบุรีมีปรากฏในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 (จารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช) รวมทั้งดำรงฐานะเป็น เมืองท่าสำคัญ ด้านตะวันตกและเมืองหน้าด่านปราการชั้นใน ของกรุงศรีอยุธยา ที่เคยเป็นสมรภูมิรบกับพม่าตลอดมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ อันสะท้อนให้เห็นได้จากงานศิลปกรรมประเภทต่างๆ ที่ยังหลงเหลือร่องรอยให้ศึกษาได้ และในห้องนี้ได้มีการจัดทำฉาก จำลองโบราณ วัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผาชนิด ต่างๆ ที่จมอยู่ใต้ลำน้ำแม่กลองเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้าชมในเรื่องราวของเมืองราชบุรี ที่เคยเป็นเมืองท่าสำคัญด้านทิศตะวันตกของกรุงศรีอยุธยาด้วย
 
ห้องจัดแสดงที่ 6 (รัตนโกสินทร์) จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดราชบุรีในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2325 - 2475) โดยแสดงให้ เห็นถึงความสำคัญของเมืองราชบุรีที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชจักรี วงศ์ในด้านต่างๆ เป็นต้นว่า การเมืองการปกครอง การสังคม การเศรษฐกิจ การพัฒนาท้องถิ่น และกิจการเสือป่า ซึ่งจัดแสดงโดยการใช้พระแสงราชศาสตราประจำมณฑลราชบุรี ที่พระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระราชทานเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์แก่ประชาชนจังหวัดราชบุรี และภาพถ่ายเก่า จังหวัดราชบุรีสมัยรัชกาลที่ 5 - 6 เป็นสื่อสำคัญในการบอกเล่าเรื่องราวแก่ผู้เข้าชม
 
ห้องจัดแสดงที่ 7 (ราชบุรีวันนี้) จัดแสดงสภาพในปัจจุบันของจังหวัดราชบุรี ทั้งทางด้านการเมืองการปกครอง การสังคม การเศรษฐกิจ ประชากร การประกอบอาชีพ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ และศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดราชบุรี โดยมีภาพโปร่งแสงแสดงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และตัวอย่างศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสื่อในการจัดแสดง
 
ห้องจัดแสดงที่ 8 (วัฒนธรรมพื้นบ้าน) จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต และสิ่งของเครื่องใช้ที่สำคัญ ของชนกลุ่ม ต่างๆ ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยในจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่ง ชาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง และชาวไทยเชื้อสาย ไทยวน ซึ่งเป็นการนำเอาลักษณะเด่นทางวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชนมาจัดแสดง ได้แก่ ภาพถ่ายและสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ ในพิธีเซ่น ผีเฮือนของชาวไทยเชื้อสายลาวโซ่ง หุ่นจำลองบ้านเรือนพักอาศัยของชาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง และเครื่องมือเครื่องใช้และ ตัวอย่างผ้าซิ่นตีนจกลวดลายต่างๆ ที่ทอกันมาแต่โบราณของชาวไทยเชื้อสายไทยวน
 
ห้องจัดแสดงที่ 9 (โอ่งมังกร) จัดแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีการผลิตโอ่งมังกร ที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ เมืองราชบุรี และเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและทำรายได้ให้กับจังหวัดในแต่ละปีเป็นจำนวน เงินหลายล้านบาท
 
ห้องจัดแสดงที่ 10 (กีฬา) จัดแสดงเรื่องราวของนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้จังหวัดราชบุรีและประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาประเภทและ ระดับต่างๆ โดยสื่อในการจัดแสดงมีทั้งสิ่งของ รางวัลที่นักกีฬาได้รับ ไม่ว่าจะเป็นโล่และถ้วยเกียรติยศ เหรียญรางวัล และธงกีฬา ตลอดจนภาพถ่ายกิจกรรมการกีฬาและนักกีฬาที่มีชื่อเสียง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี

นอกจากนี้ยังมีอาคารหลังที่สองของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นอาคารส่วนบริการ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2418 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เพื่อใช้เป็นจวนที่พักของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 ต่อมาได้ใช้เป็นกองบัญชาการรัฐบาลมณฑลราชบุรีเมื่อครั้งแรกตั้ง เมื่อมีการสร้างศาลา ว่าการรัฐบาลมณฑลราชบุรีขึ้นใหม่แล้ว (อาคารศาลากลางจังหวัดราชบุรีหลังเดิมที่ใช้เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร ของพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน อาคารหลังนี้ก็ใช้เป็นจวนที่พักของเจ้าเมืองราชบุรี ที่ทำการสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง ราชบุรีและ ห้องสมุดประชาชน จังหวัดราชบุรี ตามลำดับ ภายหลังจากที่กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดสร้าง ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดราชบุรีปัจจุบันแล้วเสร็จ และได้ย้ายสำนักงาน ไปตั้งอยู่ในบริเวณ เดียวกันกับห้องสมุด กรมศิลปากรโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี จึงได้ขออนุญาตใช้อาคารหลังนี้และบริเวณโดยรอบ จากกรมธนารักษ์ ให้ใช้ได้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2539 และดำเนินการบูรณะซ่อมแซมอาคารทั้งหมดในปี พ.ศ. 2540 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี

เปิดให้บริการเข้าชมทุกวัน (เว้นวันจันทร์-วันอังคาร) เวลาราชการ ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. 
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม ชาวไทย 20 บาท (เด็กเข้าชมฟรี) ชาวต่างประเทศ 30 บาท
สอบถามรายละเอียดได้ที่  โทร.0-3232-1513 และ 0-3233-8964 โทรสาร. 0-3232-7235
การเดินทาง ตั้งอยู่ริมถนน วรเดช ต.หน้าเมือง ใกล้กับหอนาฬิการิมแม่น้ำแม่กลอง (บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง)

 ติดตามไปด้วยกันใน Facebook