เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน ดอยผาฮี้ ผาหมี ชมทะเลหมอกแบบเต็มอิ่ม

ถ้ากำลังมองหาแพลน เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน ที่ได้ทั้งภูเขา ทะเลหมอก กาแฟดี ๆ และบรรยากาศหมู่บ้านบนดอย บอกเลยว่าทริปนี้น่าจะถูกใจ เพราะเราจะพาขึ้นไปสัมผัสเสน่ห์ของ ดอยผาหมีและดอยผาฮี้ สองดอยชื่อดังของเชียงรายที่สามารถเที่ยวต่อเนื่องกันได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ เสน่ห์ของเส้นทางนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องวิวสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเขา บ้านเรือนที่ตั้งเรียงตัวลดหลั่นไปตามไหล่เขา ไร่กาแฟ และร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขา 

เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน


เราเคยมาเที่ยวทั้งผาหมีและผาฮี้ตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักค่ะ  จนวันนี้ทั้งสองแห่งกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนที่มาเที่ยวเชียงราย ครั้งนี้เลยถือโอกาสกลับมาอัปเดตบรรยากาศกันอีกครั้ง สำหรับทริปนี้เลือกเดินทางช่วง เดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติบนดอยยังเขียวสด อากาศเริ่มเย็นลง ฝนลดลง และถ้าโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกลอยคลอเคลียตามแนวภูเขาแบบเต็มตา แพลนของเราคือ นอนผาหมี 1 คืน และผาฮี้ 1 คืน เที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบเก็บทุกจุด แต่เน้นใช้เวลากับบรรยากาศให้เต็มที่ไปเลยค่ะ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนตามรอยทริปนี้ สามารถจัดเส้นทางคร่าว ๆ ได้ประมาณนี้

  • วันแรก: กรุงเทพฯ – เชียงราย – ดอยผาหมี – คาเฟ่ – พักผาหมี
  • วันที่สอง: ผาหมี – สวนคุณปู่ – ดอยผาฮี้ – คาเฟ่ – พักผาฮี้
  • วันที่สาม: ชมทะเลหมอก – คาเฟ่ผาฮี้ – จุดชมวิวดอยผาฮี้ – ดอยช้างมูบ – เดินทางกลับ

ข้อดีของเส้นทางนี้คือ ผาหมีและผาฮี้อยู่ไม่ไกลกัน จึงสามารถวางเป็นทริปต่อเนื่องได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามไปมาหลายรอบ


ทริปนี้เราเลือก ขับรถเที่ยวเชียงรายด้วยตัวเอง จากกรุงเทพฯ โดยแวะพักในตัวเมืองเชียงรายก่อนหนึ่งคืน จากนั้นจึงออกเดินทางไปทางอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้น ดอยผาหมี  เส้นทางขึ้นดอยส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง ขับได้เรื่อย ๆ และไม่ได้มีความชันตลอดเส้นทาง แต่เมื่อเข้าสู่เส้นทางเชื่อมระหว่างผาหมีกับผาฮี้ จะมีบางช่วงที่ถนนแคบและมีความชันมากขึ้น จึงควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนหรือหมอกลงจัด

ดอยผาหมี
ดอยผาหมี

บ้านผาหมี เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา อากาศค่อนข้างเย็นสบาย และมีวิวภูเขาโอบล้อมอยู่รอบด้าน สิ่งที่เราชอบคือบรรยากาศที่ยังมีความเป็นชุมชนให้เห็นอยู่ บ้านเรือนเรียงตัวไปตามพื้นที่ลาดเขา และระหว่างทางจะเห็นร้านกาแฟ ที่พัก และร้านอาหารของคนในชุมชนอยู่เป็นระยะยิ่งถ้ามาในช่วงที่มีหมอก บรรยากาศของผาหมีจะเปลี่ยนไปอีกแบบ จากภูเขาสีเขียวจะถูกแต่งแต้มด้วยสายหมอกที่ลอยผ่านเป็นระยะ เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกว่าเดินทางขึ้นดอยมาแล้วคุ้มจริง ๆ

ดอยผาหมี


แวะกินอาหารยูนนานที่ โอโซน ผาหมี

จุดแรกที่เราแวะในทริปนี้คือ โอโซน ผาหมี ร้านอาหารที่เราเคยมาเมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่ร้านยังเป็นร้านเล็ก ๆ วันนี้กลับมาอีกครั้งก็เห็นว่าร้านเติบโตขึ้นมาก แต่ยังคงบรรยากาศที่เข้ากับพื้นที่ มีการตกแต่งในสไตล์อาข่า และมีมุมให้นั่งชมวิวภูเขา

โอโซน ผาหมี
โอโซน ผาหมี
โอโซน ผาหมี

เมนูของที่นี่จะเน้นอาหารสไตล์ยูนนานและอาหารของชนเผ่า ซึ่งบางชื่ออาจฟังดูแปลกใหม่สำหรับคนที่ไม่เคยลอง แต่เป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ดีทีเดียว เมนูที่เราเคยลองแล้วชอบคือ ผัดหมูรากชู ซึ่งเป็นจานที่อยากแนะนำให้ลอง น้ำพริกอาข่าพร้อมผักสด ยำผักดอย และต้มยำอาข่าส่วนเครื่องดื่มที่เข้ากับบรรยากาศบนดอยมาก ๆ คือ น้ำเสาวรสคั้นสด รสเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นเรียกว่าเป็นมื้อแรกของทริปที่ทั้งอิ่มท้องและได้เริ่มซึมซับบรรยากาศของผาหมีไปพร้อมกัน

โอโซน ผาหมี


แวะจิบกาแฟที่ LAYO CAFE

อีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวผาหมีคือการแวะชิมกาแฟ เพราะบริเวณนี้ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกกาแฟคุณภาพดี ระหว่างทางจะเห็นร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่หลายร้าน แต่ร้านที่เราเห็นแล้วต้องแวะคือ LAYO CAFE

LAYO CAFE
LAYO CAFE

เราเลือกสั่งกาแฟส้มมานั่งจิบเบา ๆ รสชาติดี และเหมาะกับการพักเหนื่อยระหว่างทางมาก ถ้าใครเป็นสายคาเฟ่และกำลังทำแพลน เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน เส้นทางผาหมีถือว่ามีร้านกาแฟให้เลือกเยอะมาก สามารถจัดทริปแบบคาเฟ่ฮอปปิ้งควบคู่กับการเที่ยวธรรมชาติได้เลย

LAYO CAFE


พักผาหมีฮิลล์ นอนชมหมอกจากหน้าห้อง

หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน เราเลือกพักที่ ผาหมีฮิลล์ เพราะชอบทั้งสไตล์ห้องพักและวิวของที่พัก ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์มินิมอล มีระเบียงให้นั่งชมวิว และถ้าได้ห้องที่หันออกไปทางภูเขา จะสามารถนั่งมองบรรยากาศด้านนอกได้แบบเพลิน ๆ

ผาหมีฮิล
ผาหมีฮิล

ช่วงเช้าที่เราเข้าพักมีหมอกบาง ๆ ลอยผ่านหน้าห้อง พอเปิดประตูออกมาก็เจอกับอากาศเย็น และสายหมอกที่ค่อย เคลื่อนผ่านภูเขา ที่พักยังเตรียมกาแฟดริปและอาหารเช้าไว้ให้ด้วย ทำให้ช่วงเช้าที่ไม่ต้องรีบออกไปไหน ที่พักยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้ขึ้นมานั่งจิบกาแฟชมทะเลหมอกในตอนเช้า บรรยากาศดีเกินบรรยาย


สวนคุณปู่ จุดนั่งกาแฟชมวิวผาหมี

ก่อนออกจากผาหมี เราแวะอีกหนึ่งจุดที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก นั่นคือ สวนคุณปู่ สวนคุณปู่อยู่ห่างจากที่พักประมาณไม่กี่นาที เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมานั่งจิบกาแฟและชมวิวภูเขา

สวนคุณปู่

วันที่เราไปฝนตกและหมอกค่อนข้างหนา ทำให้มองเห็นวิวได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าวันไหนท้องฟ้าเปิด จุดนี้จะเป็นอีกมุมที่เหมาะกับการถ่ายรูปและนั่งพักมากจากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไปของทริป นั่นคือ ดอยผาฮี้

สวนคุณปู่
สวนคุณปู่


ดอยผาฮี้ เชียงราย หมู่บ้านบนภูเขาที่วิวสวยมาก

จากผาหมีไปผาฮี้ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่นาน แต่ช่วงทางขึ้นบางส่วนค่อนข้างแคบและมีความชัน จึงควรขับรถอย่างระมัดระวังเมื่อมาถึงผาฮี้จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย บ้านเรือนของชุมชนปลูกเรียงลดหลั่นไปตามไหล่เขา ด้านหน้าเป็นแนวภูเขาสลับซับซ้อนสุดสายตา ยิ่งช่วงที่มีหมอกวิวเลิศมาก  เราว่าที่นี่ คือ จุดชมทะเลหมอกที่มีเรื่องราวและสวยที่สุดของเชียงรายเลยค่ะ

ดอยผาฮี้ เชียงราย

ผาฮี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องกาแฟ และระหว่างทางจะมีทั้งร้านกาแฟ ที่พัก และจุดชมวิวให้แวะเรื่อย ๆมาถึงแล้วสิ่งที่ต้องทำ คือแวะถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิวและชิงช้า ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน

ดอยผาฮี้ เชียงราย


รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์

สำหรับคืนนี้เราเลือกพักที่ รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์ ที่พักสไตล์บ้านไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าดอยผาฮี้ เหตุผลที่เลือกที่นี่หลัก ๆ คือวิวและระเบียงส่วนตัว เพราะจากบริเวณห้องสามารถมองเห็นภูเขาและหมู่บ้านได้เลย ที่พักมีห้องพักไม่เยอะ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัว ห้องที่เราพักเป็นห้องริมสุด มีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัว

รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์
รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์
รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์

สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ วิวจากระเบียงในช่วงที่มีหมอก เราสามารถนั่งอยู่ตรงระเบียงแล้วมองสายหมอกค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหมู่บ้านได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องออกไปไหนบางทีการมาเที่ยวดอยก็ไม่จำเป็นต้องมีแพลนแน่น แค่นั่งมองวิวเงียบ ๆ ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีมากแล้วค่ะ

รอดูร์ ผาฮี้ โฮมสเตย์

Azago Cafe คาเฟ่วิวภูเขาบนดอยผาฮี้

ช่วงบ่ายเราออกมาเดินเล่นในหมู่บ้านและแวะ Azago Cafe อีกหนึ่งคาเฟ่ที่มีวิวสวย วันที่เราไปมีเมฆและหมอกค่อนข้างเยอะ ทำให้วิวภูเขาถูกบดบังไปพอสมควร แต่ถ้าวันไหนอากาศเปิด วิวจากร้านจะสวยมาก ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ แต่ยังเปิดเป็นที่พักโฮมสเตย์ด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานอนบนผาฮี้ก็สามารถเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้

Azago cafe
Azago cafe
Azago cafe


มื้อเย็นที่ ผาฮี้วัลเลย์

ช่วงเย็นเราไปฝากท้องกันที่ ผาฮี้วัลเลย์ ร้านอาหารขนาดค่อนข้างใหญ่ของดอยผาฮี้ มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายเมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือพิซซ่า ซึ่งเราเคยลองมาก่อนและรู้สึกว่าเป็นเมนูที่ทำได้ดี

ผาฮี้วัลเลย์
ผาฮี้วัลเลย์

แต่รอบนี้เราอยากลองอาหารสไตล์ชนเผ่ามากกว่า เลยเลือกเมนูอื่น ๆ มาทานแทน โดยรวมรสชาติถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าให้เลือกเมนูที่อยากกลับมากินอีกครั้ง พิซซ่ายังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก

ผาฮี้วัลเลย์

Day 3: ชมทะเลหมอกผาฮี้ ก่อนเดินทางกลับ

เช้าวันสุดท้ายของทริป เราตื่นกันตั้งแต่เช้า เพราะตั้งใจมาดูทะเลหมอกหน้าที่พักและก็ไม่ผิดหวังหมอกลอยอยู่ตามแนวภูเขาและหมู่บ้าน บางช่วงลอยขึ้นมาจนแทบกลืนบ้านเรือนด้านล่างไปหมด เป็นวิวที่ไม่ต้องออกไปหาจากที่ไหนไกล เพราะสามารถชมได้จากบริเวณที่พักเลย

ช่วงเช้ายังมีกาแฟดริปและอาหารเช้าเสิร์ฟให้ถึงหน้าห้อง ยิ่งได้นั่งกินอาหารพร้อมมองหมอกไปด้วย ยิ่งรู้สึกว่าทริปนี้เป็นการพักผ่อนจริง ๆค่ะ


ผาฮี้ฟอเรสต์ คาเฟ่ & โฮมสเตย์

หลังเช็กเอาต์ เราแวะไปจิบกาแฟและถ่ายรูปที่ ผาฮี้ฟอเรสต์ คาเฟ่ & โฮมสเตย์ สามารถนำรถไปจอดบริเวณจุดชมวิวดอยผาฮี้ แล้วเดินต่อมายังร้านได้ ตัวร้านตกแต่งน่ารักตั้งแต่ทางเข้า มีประตูและกรอบวงกลมเป็นมุมถ่ายรูป รวมถึงระเบียงที่สามารถนั่งชมวิวด้านนอกได้

ผาฮี้ฟอเรสต์

ถ้าวันไหนมีหมอก วิวจากบริเวณร้านจะยิ่งสวย เพราะเราจะได้เห็นทั้งภูเขา หมู่บ้าน และสายหมอกอยู่ในเฟรมเดียวกัน

ผาฮี้ฟอเรสต์
ผาฮี้ฟอเรสต์

จุดชมวิวดอยผาฮี้ มุมที่เห็นหมู่บ้านแบบเต็ม ๆ

จากนั้นก็ไปต่อที่ จุดชมวิวดอยผาฮี้ จุดนี้เป็นอีกหนึ่งมุมที่อยากแนะนำ เพราะสามารถมองเห็นบ้านเรือนของหมู่บ้านผาฮี้ที่เรียงตัวอยู่บนไหล่เขาได้แบบกว้าง ๆถ้ามาช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีหมอก ก็จะได้เห็นสายหมอกลอยผ่านภูเขาอยู่ตลอด

จุดชมวิวดอยผาฮี้

สำหรับเรา ผาฮี้มีความครบในที่เดียว ทั้ง ภูเขา ทะเลหมอก กาแฟ ที่พัก คาเฟ่ และวิถีชีวิตของชุมชน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีมุมให้หยุดถ่ายรูป และที่สำคัญคือยังสามารถเที่ยวแบบช้า ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งเก็บสถานที่หลายแห่ง

จุดชมวิวดอยผาฮี้

ปิดท้ายทริปที่ จุดชมวิวดอยช้างมูบ

ก่อนเดินทางกลับ เราเลือกใช้เส้นทางฝั่งดอยตุง และแวะ จุดชมวิวดอยช้างมูบ บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนได้แบบกว้าง ๆ วันที่เราไปมีอากาศเย็นและลมพัดตลอด ทำให้ยิ่งนั่งยิ่งเพลิน บริเวณจุดชมวิวยังมีร้านกาแฟและที่นั่งสำหรับนั่งพัก จึงเหมาะมากกับการแวะพักก่อนเดินทางต่อ จากจุดนี้มองออกไปจะเห็นภูเขาสีเขียวเรียงตัวต่อกันเป็นชั้น ๆ

จุดชมวิวดอยช้างมูบ
จุดชมวิวดอยช้างมูบ
จุดชมวิวดอยช้างมูบ

ปิดทริป เที่ยวเชียงราย 3 วัน 2 คืน ได้อย่างลงตัว เสน่ห์ของเส้นทางนี้คือการ ค่อย ๆ ใช้เวลาอยู่กับภูเขา ถ้าเลือกช่วงเดินทางได้ เราแนะนำให้ลองมาช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะมีโอกาสได้เจอทั้งภูเขาสีเขียว อากาศเย็น และสายหมอก ซึ่งเป็นช่วงที่ดอยผาหมีและดอยผาฮี้มีบรรยากาศน่าประทับใจมาก



ผู้เขียน

นักเดินทางที่ชอบเที่ยว+ถ่ายภาพ อยากส่งต่อเรื่องราวการประทับใจ จากประสบการณ์เดินทางที่ยาวนาน